1. ประกาศนี้คืออะไร
ชื่อที่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยใช้เผยแพร่คือ
“ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การป้องกันการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม”
ลงวันที่ 8 กันยายน 2569 และเผยแพร่โดยสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569
ประกาศฉบับเต็มจากสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
ประกาศนี้มีความสำคัญกับ อบต. เทศบาล และ อปท. เพราะกระทรวงมหาดไทยได้แจ้งเวียนเรื่องดังกล่าวไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงมหาดไทย
2. แก่นสำคัญที่เจ้าหน้าที่ อบต. ต้องเข้าใจ
หลักใหญ่คือ
“เมื่อเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจหรือทรัพยากรของรัฐ ต้องตัดสินใจเพื่อประโยชน์ของราชการและประชาชน ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของตนเอง ครอบครัว ญาติ พวกพ้อง หรือบุคคลที่ตนมีความสัมพันธ์ด้วย”
แนวคิดนี้สอดคล้องกับหลัก Conflict of Interest ซึ่งสำนักงาน ก.พ.ร. อธิบายว่าเกิดขึ้นเมื่อผลประโยชน์ส่วนตัวเข้ามามีอิทธิพลจนกระทบความเป็นกลางในการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ
3. สำหรับเจ้าหน้าที่ อบต. “ประโยชน์ส่วนบุคคล” ไม่ได้หมายถึงเฉพาะเงิน
จุดนี้สำคัญมาก
ประโยชน์ส่วนบุคคลอาจเป็น
-
เงิน
-
ทรัพย์สิน
-
รายได้
-
ธุรกิจ
-
การได้งาน
-
การได้สิทธิพิเศษ
-
ประโยชน์ของครอบครัว
-
ประโยชน์ของญาติ
-
ประโยชน์ของเพื่อนหรือพวกพ้อง
-
การช่วยเหลือบุคคลที่ตนมีความสัมพันธ์
-
การใช้ทรัพย์สินหรือทรัพยากรของ อบต. เพื่อประโยชน์ส่วนตัว
-
การใช้ข้อมูลราชการเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องมีการรับเงินกันจริง ๆ จึงจะเกิดปัญหาการขัดกันแห่งผลประโยชน์
4. สิ่งที่เจ้าหน้าที่ อบต. ต้องระวังเป็นพิเศษ
ผมสรุปเป็นสถานการณ์ที่พบได้จริงใน อบต. ดังนี้
| สถานการณ์ | ความเสี่ยง |
|---|
| เจ้าหน้าที่มีธุรกิจส่วนตัวแล้ว อบต. จัดซื้อสินค้าจากธุรกิจนั้น | ???? สูงมาก |
| เจ้าหน้าที่มีญาติเป็นผู้รับจ้างของ อบต. แล้วตนเองมีส่วนพิจารณา | ???? สูงมาก |
| เจ้าหน้าที่ช่วยจัดทำ TOR ให้บริษัทของคนรู้จัก | ???? สูง |
| เจ้าหน้าที่เป็นกรรมการตรวจรับงานที่ตนเอง/ครอบครัวมีส่วนได้เสีย | ???? สูงมาก |
| ใช้รถราชการไปทำธุระส่วนตัว | ???? สูง |
| ใช้เวลาราชการไปทำธุรกิจส่วนตัว | ???? สูง |
| ใช้ลูกน้อง อบต. ทำงานส่วนตัว | ???? สูง |
| ใช้ข้อมูลภายในของ อบต. เพื่อทำธุรกิจ | ???? สูง |
| รู้ราคากลางก่อนแล้วนำข้อมูลไปให้เอกชน | ???? สูงมาก |
| ช่วยญาติให้ได้รับใบอนุญาต/สิทธิจาก อบต. | ???? สูง |
| รับของขวัญจากผู้รับจ้างที่อยู่ระหว่างการพิจารณางาน | ???? สูงมาก |
| ให้คำแนะนำผู้ประกอบการบางรายเป็นพิเศษ | ???? ต้องระวัง |
| ใช้ตำแหน่งราชการเพื่อสร้างความได้เปรียบให้ธุรกิจตนเอง | ???? สูง |
5. เรื่อง “จัดซื้อจัดจ้าง” ต้องระวังที่สุด
สำหรับ อบต. ผมมองว่านี่เป็นส่วนที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุด
ตัวอย่างเช่น
เจ้าหน้าที่ ก. เป็นเจ้าหน้าที่พัสดุ
และมีญาติประกอบธุรกิจขายวัสดุก่อสร้าง
ถ้า อบต. กำลังจะซื้อวัสดุก่อสร้าง แล้วเจ้าหน้าที่ ก.
-
ช่วยกำหนดคุณลักษณะ
-
ช่วยกำหนดรายละเอียด
-
ให้ข้อมูลแก่ญาติ
-
เป็นกรรมการพิจารณา
-
เป็นผู้ตรวจรับ
-
หรือมีอำนาจให้คุณหรือให้โทษแก่ผู้ขาย
ย่อมเกิด ความเสี่ยงด้าน Conflict of Interest อย่างชัดเจน
หลักสำคัญตามกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 126 ก็ห้ามเจ้าพนักงานของรัฐบางตำแหน่งเป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญากับหน่วยงานของรัฐที่ตนมีอำนาจกำกับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบ หรือดำเนินคดี
ดังนั้น การบอกว่า “ไม่ได้รับเงินเอง” ไม่ได้ทำให้ปัญหาหมดไป หากเจ้าหน้าที่มีส่วนได้เสียหรือเข้าไปมีบทบาทในกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของตนหรือผู้เกี่ยวข้อง
6. การใช้ทรัพย์สินของ อบต.
อีกเรื่องที่ต้องระวังมากคือ
ทรัพย์สินของราชการต้องใช้เพื่อราชการ
ตัวอย่างเช่น
-
รถยนต์ส่วนกลาง
-
รถบรรทุก
-
เครื่องจักร
-
เครื่องมือช่าง
-
คอมพิวเตอร์
-
เครื่องพิมพ์
-
โทรศัพท์ราชการ
-
อินเทอร์เน็ต
-
วัสดุสำนักงาน
-
อาคารสถานที่
-
บุคลากร
-
เวลาราชการ
ไม่ควรนำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือบุคคลอื่นโดยไม่มีฐานอำนาจ/การอนุญาตที่ถูกต้อง
สำนักงาน ก.พ.ร. ก็ยก การนำทรัพย์สินของราชการ รวมถึงเวลา บุคลากร และทรัพยากรของรัฐไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้อง เป็นตัวอย่างของความเสี่ยงด้านการขัดกันแห่งผลประโยชน์
7. การใช้ “เวลาราชการ” ก็เป็นผลประโยชน์ของรัฐ
เรื่องนี้มักถูกมองข้าม
เช่น
เจ้าหน้าที่ อบต. ใช้เวลาราชการ 2 ชั่วโมงไปจัดการธุรกิจส่วนตัว
แม้ไม่ได้เอาเงิน อบต. ไป ก็ยังมีปัญหาได้ เพราะ เวลาราชการและเวลาการปฏิบัติหน้าที่เป็นทรัพยากรของรัฐ
เช่นเดียวกับการใช้
ลูกจ้าง/พนักงานของ อบต. ไปช่วยทำงานส่วนตัว
ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน
8. ข้อมูลราชการก็เป็น “ทรัพยากร” ที่ต้องระวัง
ตัวอย่างเช่น เจ้าหน้าที่รู้ข้อมูลก่อนบุคคลทั่วไปว่า
-
อบต. กำลังจะซื้อที่ดิน
-
กำลังจะก่อสร้างถนน
-
กำลังจะออกโครงการ
-
จะมีการจัดซื้อจัดจ้าง
-
ราคาประมาณการ
-
TOR
-
รายชื่อผู้เสนอราคา
-
ข้อมูลผู้ประกอบการ
-
โครงการที่จะทำในพื้นที่
แล้วนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวหรือบอกบุคคลที่ตนสนิท
เป็นสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูงมาก
9. ถ้าเกิด “ความสงสัยว่าตนเองมีส่วนได้เสีย” ควรทำอย่างไร
หลักปฏิบัติที่ปลอดภัยสำหรับเจ้าหน้าที่คือ
ขั้นที่ 1
อย่ารีบเข้าไปมีส่วนในการพิจารณา
ขั้นที่ 2
แจ้งผู้บังคับบัญชาโดยเร็วว่าอาจมีส่วนได้เสียหรือมีความสัมพันธ์กับคู่กรณี
ขั้นที่ 3
ให้ผู้มีอำนาจพิจารณาว่าเจ้าหน้าที่ควร
-
ถอนตัว
-
ไม่ร่วมพิจารณา
-
ไม่เป็นกรรมการ
-
ไม่ลงนาม
-
ไม่ให้ความเห็น
-
หรือดำเนินการอย่างไรเพื่อให้กระบวนการเป็นกลาง
หลักการของการแยกตัวเมื่อเกิดความเคลือบแคลงเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนปรากฏอยู่ในแนวทางด้านจริยธรรมของภาครัฐด้วย โดยให้ยุติการดำเนินการไว้ก่อนและแจ้งผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีหน้าที่พิจารณา
10. “ญาติทำธุรกิจกับ อบต.” ผิดหรือไม่?
ไม่สามารถตอบว่า “ผิดทุกกรณี” ได้
ต้องแยกเป็น 2 เรื่อง
กรณีที่ 1 — ญาติเป็นผู้ขาย/ผู้รับจ้าง
การที่ญาติของเจ้าหน้าที่มีธุรกิจ ไม่ได้หมายความว่าห้ามทำธุรกิจกับ อบต. ทุกกรณี
แต่เจ้าหน้าที่ต้องไม่เข้าไปใช้อำนาจหน้าที่เพื่อเอื้อประโยชน์แก่ญาติ
เช่น
เจ้าหน้าที่พัสดุ → ญาติเป็นผู้ขาย → เจ้าหน้าที่ออกแบบ TOR → ญาติเข้าราคา → เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจเอกสาร → เจ้าหน้าที่ตรวจรับ
กรณีแบบนี้มีความเสี่ยงสูงมาก
กรณีที่ 2 — เจ้าหน้าที่มีผลประโยชน์ร่วมกับญาติ
ยิ่งต้องระวัง เช่น
-
เป็นหุ้นส่วน
-
มีเงินลงทุนร่วมกัน
-
รับผลประโยชน์
-
เป็นผู้มีอำนาจในกิจการ
-
ช่วยดำเนินธุรกิจ
-
ได้รับผลตอบแทนจากกิจการ
กรณีนี้อาจไม่ใช่เพียง “ญาติทำธุรกิจกับ อบต.” แต่กลายเป็น เจ้าหน้าที่เองมีส่วนได้เสีย
11. เจ้าหน้าที่ อบต. ควรปฏิบัติอย่างไร — Checklist
ผมแนะนำให้เจ้าหน้าที่ใช้หลัก 7 ข้อ นี้ก่อนลงมือทำเรื่องสำคัญ
ก่อนดำเนินการ ให้ถามตัวเองว่า
1. เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับตัวฉันหรือไม่?
ถ้าใช่ → ระวัง
2. เกี่ยวข้องกับครอบครัวหรือญาติหรือไม่?
ถ้าใช่ → เปิดเผยความสัมพันธ์
3. ฉันมีธุรกิจหรือผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับคู่กรณีหรือไม่?
ถ้าใช่ → ไม่ควรเข้าไปมีบทบาท
4. ฉันเป็นผู้พิจารณา/อนุมัติ/ตรวจสอบเรื่องที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของตนหรือไม่?
ถ้าใช่ → เสี่ยงสูง
5. ฉันใช้ทรัพย์สินของ อบต. หรือไม่?
ถ้าใช่ → ต้องมีฐานอำนาจ/การอนุญาต
6. ถ้าประชาชนเห็นการกระทำนี้ จะสามารถอธิบายได้หรือไม่ว่าเป็นการปฏิบัติเพื่อราชการ?
ถ้าตอบไม่ได้ → ควรหยุดและปรึกษาผู้บังคับบัญชา
7. ถ้าเรื่องนี้ถูกตรวจสอบโดย ป.ป.ช. หรือ สตง. ฉันสามารถแสดงเอกสารยืนยันได้หรือไม่?
ถ้าตอบไม่ได้ → อย่าเพิ่งดำเนินการ
12. สิ่งที่ “ห้ามคิดว่าไม่เป็นไร”
มีความเข้าใจผิดที่พบบ่อย เช่น
❌ “ไม่ได้รับเงิน ก็ไม่เป็นไร”
ไม่เสมอไป
❌ “เป็นญาติ แต่เราไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจ”
ต้องดูข้อเท็จจริง
❌ “หัวหน้าสั่งมา ก็ทำได้”
ไม่เสมอไป
❌ “ทำมาหลายปีแล้ว ไม่เห็นมีปัญหา”
ไม่ใช่เหตุให้การกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายกลายเป็นถูกต้อง
❌ “ไม่ได้เซ็นเอกสาร แค่ช่วยแนะนำ”
การมีส่วนร่วมในกระบวนการอาจยังเป็นปัญหาได้
❌ “เอารถราชการไปใช้ส่วนตัวแค่แป๊บเดียว”
ระยะเวลาไม่ใช่ตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว
13. ประเด็นที่ต้องแยกออกจาก “ประกาศกระทรวงมหาดไทย”
จุดนี้ผมอยากเน้น เพราะถ้าจะนำไปใช้ วินิจฉัยเรื่องเจ้าหน้าที่ อบต. ไม่ควรใช้ประกาศฉบับเดียว
ประกาศ มท. ต้องอ่านควบคู่กับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น
-
พ.ร.ป. ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
-
กฎหมาย/ประกาศของ ป.ป.ช.
-
พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539
-
ประมวลจริยธรรมที่ใช้กับบุคลากรท้องถิ่น
-
ระเบียบกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับการเงิน การพัสดุ และการใช้ทรัพย์สิน
-
กฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง
-
ระเบียบ/ประกาศเฉพาะของ อปท.
โดย ป.ป.ช. ระบุโดยตรงว่าหมวด 6 ของ พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 เป็นเรื่อง “การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม” และมาตรา 126 เป็นบทบัญญัติสำคัญเกี่ยวกับข้อห้ามของเจ้าพนักงานของรัฐ